รีวิว

Home รีวิว

ทำไมคนถึงยอมจ่ายตังค์หลักพัน “เพื่อกินเนื้อแค่ร้อยกรัม”

เคยสงสัยเหมือนผมไม๊ครับ เนื้อราคากิโลละหลักร้อย กะเนื้อกิโลละหลักหมื่น มันแตกต่างกันยังไง ??? วันนี้ผมจะพาไปชิมเนื้อราคากิโลละหลักหมื่นบาทครั้งแรกในชีวิต ว่ามันอร่อยจริง หรือเป็นแค่การมโนของคนมีกะตังค์กันแน่

งวดนี้ถูกหวยเบา ๆ เลยพาแฟนมาฉลองซะหน่อย เนื้อที่จะพาชิมในครั้งนี้คือเนื้อ A4 SAGA Ribeye เนื้อวากิวชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น ส่วนติดซี่โครง เป็นเนื้อส่วนที่ดีที่สุดส่วนนึงที่นิยมมาใช้ทำสเต็ก วันนี้พามากินที่ร้าน BUGENDAI TEPPANYAKI (บุเกนได เทปันยากิ) ว่ากันว่าเชฟที่นี่ ลีลาดี ชอบปรุงอาหารด้วยท่ายาก

รูปภาพประกอบด้วย ในอาคาร, บุคคล, โต๊ะ, อาคาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ร้านนี้อยู่ที่ The Nine พระราม 9 ต้องบอกเลยว่าเป็นร้านหายาก Rare Item จริง ๆ  เพราะอยู่ตรงหัวมุมชั้น 2 ( เดินหาอยู่ 2 รอบ )

ทางร้านมีมาตรการความปลอดภัยได้มาตรฐาน มีการคัดกรอง วัดไข้และรักษาระยะห่าง ก่อนเข้าไปอร่อยข้างใน

กะว่าจะมาลองชิมแค่เนื้อ A4  SAGA เท่านั้น แต่พอดูเมนูไป ๆ มา ๆ แล้ว คิดว่าจานเดียวไม่น่าจะพอ

รูปภาพประกอบด้วย อาหาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
รูปภาพประกอบด้วย อาหาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
รูปภาพประกอบด้วย อาหาร, รูปถ่าย, แตกต่าง, กลุ่ม

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ก็เลยสั่งมาเพียบ ทั้งเมนูเซ็ตและเดี่ยว

พาทุกคนกลับเข้าประเด็นหลักของเราก่อนดีกว่าครับ ว่าไอ้เนื้อราคากิโลละหลักหมื่นเนี่ย แม่งจะเป็นไงวะ ก่อนเชฟจะทำการปรุงอาหารเทปังยากิในสไตล์ GINZA แท้ ๆ เขาจะมีการโชว์ความสดของวัตถุดิบให้เราก่อน ว่ามันเป็นเนื้อ A4 จริง ๆ นะ ไม่ใช่เนื้อธรรมดา ๆ จากตลาดไทย

รูปภาพประกอบด้วย โต๊ะ, จาน, อาหาร, ในอาคาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

หลังจากนั้นเชฟก็จะมีการวอร์มร่างกาย ( หลาย ๆ คนคงกำลังงงว่า นี่พี่จะมาทำอาหาร หรือจะมาเล่นหนัง AV 555 )

หลังจากวอร์มร่างกายเสร็จ เชฟก็จัดโชว์กะทะไฟลุกต่อ

ผม : หือ…กลิ่นมาเลยครับเชฟ
เชฟ : กลิ่นเนื้อ ???
ผม : กลิ่นคิ้วกูนี่แหละ !!!

ผ่าม!!!

ขอออกตัวก่อนว่า ผมนั้นไม่ใช่กูรูด้านอาหารเลยแม้แต่น้อย

แค่รู้คร่าว ๆ มาว่า เนื้อที่ดี ๆ แพง ๆ มันจะเป็นลายหินอ่อน เพราะมีมันแทรกอยู่ในทุกอณูของตัวเนื้อ

ซึ่งการที่จะทำให้เนื้อออกมาในรูปแบบนี้ได้ แม่งต้องพิถีพิถัน ตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยง เคยได้ยินมาว่า เขาต้องเลี้ยงน้องวัวอยู่ในทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ที่อุดมไปด้วยพืชพรรณออแกนิค ไม่มีสารเคมีเจือปน ต้องให้น้องวัวดื่มเบียร์ ต้องเปิดเพลงให้ฟัง ต้องบีบ ต้องนวด เพื่อให้ได้เนื้อออกมา เป็นลายหินอ่อนแบบที่เห็น

สายสุขภาพต้องรักร้านนี้แน่ ๆ เพราะผักเสิร์ฟฟรีตลอดงาน

เอาตรง ๆ เลย ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้ากินเนื้อดิบ แต่เชฟบอกว่า อยากให้ลองกิน เนื้อ A4 SAGA แบบ Medium สักครั้ง Medium มันคือการทำให้เนื้อมีความสุกระดับกลาง ๆ ที่ผิวของเนื้อ ส่วนข้างในก็จะออกดิบ ๆ หน่อย

ให้ตายเถอะ อันนี้มันเป็นบทความก็จริง แต่ผมขออนุญาตแทรกคลิปให้ดูหน่อยเหอะ เพราะอยากให้คุณได้สัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น สี และเสียง ใครใจไม่ถึงห้ามดูนะ

โหดไม๊ครับ!!!

พวกเนื้อดี ๆ นี่ เชฟเขาบอกกับผมว่า เครื่องปรุง ไม่ต้องมีอะไรมากเลยครับ ใส่แค่รสดีลงไป เนื้อของเราก็อร่อยแล้ว ถุย! ไม่ใช่… เขาใส่แค่เกลือ กับพริกไทย แค่นั้น 555

เสร็จเรียบร้อย อ่า…. จะกินเนื้อโลละเป็นหมื่นละนะ

อั้ม……เป็นไงบ้างเล่าให้ฟังหน่อย

อธิบายยังไงดี อารมณ์มันเหมือนกับ คุณกัดอะไรที่มันนุ่ม ๆ สักอย่าง แต่ไฮไลท์คือมันจะเหมือนมีเม็ดบีทเล็ก ๆ แตกโบ๊ะในกระพุ้งแก้มของคุณ ในทุก ๆ คำ ทุก ๆ การเคี้ยวแต่ละครั้ง คือเอาตรง ๆ ผมเพิ่งจะเข้าใจคำว่าละลายในปากก็วันนี้ล่ะครับ สาเหตุที่มันแตกโบ๊ะ ๆ นั่นก็เพราะ เนื้อมันมีไขมันแทรกอยู่ในทุก ๆ อณูเลย

ถ้าเป็นเนื้อธรรมดา ติดมันขนาดนี้ ผมว่าคุณก็รู้แหละว่าแม่งจะเหนียวมาก ๆ แล้วที่สำคัญเลยก็คือ มันไม่มีกลิ่นสาปของเนื้อเลยแม้แต่น้อย เชี่ย….. เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมคนมีตังค์เขาถึงยอมจ่ายเงินหลักพัน เพื่อมากินเนื้อชิ้นเล็ก ๆ แค่ 1 ขีด

ว่ากันว่าไอ้เจ้าเนื้อ A4 SAGA เนี่ย เป็นเนื้อวากิวชื่อดังระดับท้อป ๆ ของโลกเลยนะครับ เบียด ๆ กันกับพวก โกเบ กับมัตซึซากะเลย

จบไปเรียบร้อยสำหรับเนื้อ A4 SAGA Ribeye ในราคาขีดละ  1,100 บาท

เหมือนมันยังไม่สุดอะครับ

ร่างกายผมมันยังเหมือนต้องการเนื้อเพิ่มอีกสัก 100 กรัม ผมก็ถามเชฟไปว่า มีเนื้อตัวไหนแนะนำบ้าง ที่ราคาอร่อย ราคาไม่แรงมาก เชฟแนะนำตัวนี้ครับ
AUS Angus Cube Roll เนื้อวัวดำแองกัสชื่อดัง ส่งตรงมากจากออสสะเตรเลีย

จัด Medium มาให้ผมอีกดอกเลยคับเชฟ !!!

ละมุนลิ้นอีกแล้วครับพี่น้อง แต่ว่ากันตรง ๆ เลยถ้าใครชอบนุ่ม ๆ มีไขมันแทรกเยอะ ๆ ให้โดดไปเล่นพวก A4 SAGA เลยครับ  แต่ถ้าใครไม่ค่อยชอบมันเยอะ ชอบแน่น ๆ ต้องรีบจัดเมนูนี้เลยครับ AUS Angus Cube Roll

มีอีกเมนูที่เชฟแนะนำผมครับ นั่นก็คือ

ฟัวกราส์ย่าง ราดซอสโนริสาหร่าย ( ให้เข้าใจง่าย ๆ มันก็คือตับห่านย่างนั่นเอง ) เมนูนี้ราคาแรงอีกแล้วครับ 3 ชิ้น 580 บาท สาเหตุที่ผมตัดสินใจสั่งก็เพราะว่าเห็นโต๊ะข้าง ๆ เขาสั่งครับ ไอ้เห็นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้กลิ่นนี่สิ ที่มันทำให้ผมตัดสินใจสั่งเมนูนี้ เพราะมันโคตรหอม หอมมาก ๆ

กลิ่นของอาหารนี่ แม่งมีผลทางสมองจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นใครขายอาหาร ผมว่าสิ่งแรกที่คุณควรขายคือกลิ่นครับ ผมว่าหลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ตัดสินใจซื้อเพราะกลิ่นเหมือนผมแน่นอน

มาพูดกันถึงรสชาติของฟัวกราส์กันดีกว่า ถ้าพูดถึงความนุ่ม เจ้าตัวนี้นุ่มกว่าเนื้อครับ คือมันแทบไม่จำเป็นต้องเคี้ยวเลย เรียกได้ว่าแค่ใช้ลิ้นดุน ๆ กับเพดานปาก คุณก็สามารถกลืนเข้าไปได้แล้ว ถ้าพูดถึงความหอมแล้ว เมนูนี้แม่งหอมที่สุดอันดับต้น ๆ ในทุกเมนูที่ผมเคยกินมาในชีวิต คือแม่งหอมอบอวลขึ้นจมูก หอมขึ้นตาขึ้นสมอง ละมุนลิ้นสุด ๆ ใครที่เคยกินฟัวกราส์มาแล้วคงจะเข้าใจฟีลนี้ดี แต่ถ้าใครยังไม่เคยลอง นี่เป็นอีกเมนูเลยครับที่ผมแนะนำว่า ในชีวิตต้องกินสักครั้ง

ยังครับ ผมยังไม่ปล่อยพวกคุณไปง่าย ๆ !!!

มาร้านอร่อย ๆ ทั้งที ผมแนะนำอีกเมนูนึง เมนูนี้จัดว่ารสชติอร่อย ดูดี ราคาไม่แรงมาก นั่นก็คือ กุ้งลายเสือผัดเนยกระเทียม   390 บาท  ( ใจจริงอยากจะจัด King Lobster แต่กระเป๋าตังค์มันห้ามเอาไว้ แต่ครั้งหน้าบอกเลยต้องลองให้ได้ )

เชฟเขาจะเอากุ้งลงไปย่าง พร้อมกับปรุงรสชาติในเตาเทปัง แล้วก็ใช้มีด หั่นเฉพาะตัวเนื้อกุ้งออกมาเป็นคำ ๆ เล็ก ๆ ให้เราใช้ตะเกียบคีบกินได้สะดวก 

บอกได้คำเดียวว่าโคตรพรีเมี่ยม!!!

ไปต่อกันที่เมนูธรรมดา ๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดากันดีกว่า

นี่คือเจ้า ASSORTOF SEAFOOD MIX

เมนูนี้ก็จะประกอบไปด้วย หอยแมลงภู่ ปลาหมึก ปลาแซลมอน ปลากะพง แล้วก็ลูกกุ้งล็อบสเตอร์ที่มีอายุ 2 เดือน 1 สัปดาห์ กับอีก 4 วัน ถุย !!! ผมพูดเล่นครับ ก็กุ้งธรรมดานี่แหละครับ แต่ผัดออกมาแล้วโคตรอร่อย 5555 เซ็ตนี้ราคาสบายกระเป๋าครับแค่ 340 บาท

PORK TENDERLOIN  เนื้อสันในย่าง

ตามมาด้วย Chicken Thigh เนื้อน่องเทปังยากิ

สรุปสั้น ๆ สำหรับการ รีวิว BUGENDAI TEPPANYAKI นะครับ ถ้าวันไหนมีตังค์ ผมมาซ้ำร้านนี้อีกแน่นอน เพราะไอ้เจ้าเนื้อพรีเมี่ยมนี่มันตราตรึงจิตจริง ๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงยอมจ่ายกัน
ที่สำคัญ ผมยังไม่ได้โดนตัวท้อปของร้าน คือเนื้อ A4 KOBE ใครกำลังอยากกิน เทปันยากิกรุงเทพ ผมแนะนำว่าห้ามพลาดร้านนี้
ด้วยประการทั้งปวง

ช่องทางออนไลน์ของร้านนะครับ

Facebook: https://www.facebook.com/Bugendai.teppanyaki/
Instagram : bugendai.teppanyaki

หรือใครทนไม่ไหวแล้ว จะสั่ง Delivery เดี๋ยวนี้
⊳ Line : https://bit.ly/2BOmJff
⊳ Lineman

รีวิวทำความสะอาดที่นอนด้วย Bissell SPOTCLEAN ทำตามโคตรง่าย เหมือนได้ที่นอนใหม่

ผมจะให้ดูสัมมะรูปที่นอนของผม ที่ใช้ซุกหัวนอนอยู่ทุกวันนะครับ

บางทีคุณเห็นภาพนี้แล้ว คุณอาจกำลังคิดอยู่ในใจว่า โห… นี่มันที่นอนหรือสมรภูมิรบวะเนี่ย มีคราบเลือด คราบอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด เจ้าของที่นอนหลังนี้ แม่งต้องมีกิจกรรมที่โคตรดุเดือด โลดโผนโจนทะยานแน่นอน

ผมแค่อยากจะบอกว่า… มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดครับ

ไอ้คราบเลือดคราบเปื้อน ต่างๆ นี้มันเกิดจาก “ น้องหมาล้วน ๆ “
– คราบอ๊วก
– คราบเมนส์หมา ( หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้ ว่าหมามีเมนส์ )


ผมให้เวลาคุณลองนึกเล่น ๆ สัก 10 วินาทีดูครับว่า ถ้าเป็นคุณ…จะทำความสะอาดไอ้คราบเหล่านี้ออกไปจากที่นอนได้ยังไง?

หมดเวลาครับ !!

ถ้าคิดไม่ออก ก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้วครับวันนี้ผมจะมาทำให้ดูว่า ผมใช้วิธีอะไรในการเปลี่ยนที่นอนสภาพนี้

ให้มาเป็นสภาพเหมือนใหม่แบบนี้…ได้ยังไง???

ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลาครับ ลำพังแปรงกับแฟ้บที่บ้าน ผมกับแฟนคงไม่สามารถเอาคราบพวกนี้ออกไปได้แน่นอน ผมใช้เจ้าเครื่องนี้ครับ

Bissell SPOTCLEAN

แล้วมันใช้ยังไง ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจะรีวิวให้ดูอย่างละเอียด แบบสั้น ๆ และเข้าใจโคตรง่ายให้พวกคุณดู

ไอ้เจ้า. Bissell SPOTCLEAN, นี่อุปกรณ์มีน้อยชิ้นมากครับ คือ มีชิ้นเดียวนั่นแหละ

มาพร้อมกับน้ำยา 2 กระปุก คือ OXYGEN BOOST กับ SPOT & STAIN

ตัวเครื่องก็ประกอบไปด้วย

ถังด้านข้าง 2 ถัง, ถังนึงเป็นถังใส่น้ำยาทำความสะอาด

อีกถังนึงเป็นถังเก็บน้ำทิ้ง

แล้วก็มีสายและหัวดูดทำความสะอาด

มา ทีนี้จะไปทำจริง ๆ ให้เห็นกะตา แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น !!!

หลักการทำงานของไอ้เจ้า Bissel คือ ฉีดน้ำยามหัศจรรย์ลงไป ในบริเวณจุดที่เราต้องการทำความสะอาด แล้วใช้หัวขัดและดูดในบริเวณจุดที่เป็นคราบ แค่นั้นเองครับ ง่ายไม๊

ขั้นตอนที่ 1

ใส่น้ำเปล่าลงไปให้ได้ระดับขีดตามภาพ แล้วแต่ว่าไอ้คราบของเรามันพื้นที่เล็ก หรือพื้นที่ใหญ่

แล้วก็ใส่น้ำยา SPOT & STAIN ลงไปให้ได้ระดับในขีดบน ตามภาพได้เลย

แล้วสุดท้ายก็ใส่น้ำยา OXYGEN BOOST ลงไปให้ได้ระดับที่เขียนว่า Large Area ตามภาพได้เลย

ของผมคราบเยอะ พื้นที่ใหญ่ ผมก็จัดเต็มเลย

ขั้นตอนที่ 2

หลังจากนั้นก็เสียบปลั๊กครับ แล้วกดปุ่มตรงหัวดูด ซึ่งมีอยู่ปุ่มเดียวนั่นแหละ พอกดปุ่มเจ้าเครื่องมันก็จะทำการฉีดน้ำยาลงไปที่คราบ เล็งให้ตรงคราบนะครับ

ขั้นตอนที่ 3


ใช้หัวทำความสะอาด ค่อย ๆ ขัดและดูดน้ำยาในบริเวณคราบเปื้อนออก

( ถ้าคราบฝังลึกก็ให้ทิ้งไว้สัก 3-5 นาที )

ตัวหัวจะทำการดูดน้ำยาที่ไปทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกออกมาเก็บไว้ที่ถังน้ำทิ้ง น้ำที่ดูดออกมานี่จะเปลี่ยนเป็นเป็นสีคล้ำ ๆ ตามสีของคราบสกปรกเลยครับ

เท่านี้จบแล้วครับ ง่ายไม๊ ผมบอกเลยว่า โคตรง่าย

เพียงเท่านี้ครับ เราก็สามารถเนรมิตที่นอนให้กลับมาในสภาพเหมือนใหม่ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ไอ้เจ้า Bissell SPOTCLEAN, นี่ไม่ได้ทำความสะอาดได้เฉพาะที่นอนนะครับ แต่มันสามารถใช้ทำความสะอาดได้ทุกสิ่งอย่างที่มีพื้นผิวเป็นผ้า เบาะ พรม โซฟา ได้หมด

ป้ายกันมาพอสมควรแล้ว ใครที่กำลังคิดว่า “ เชรดดด…ของมันต้องมี ” ก็วาร์ปไปที่นี่ได้เลย
www.vitainno.com

ตอนนี้เขาจัดโปรจากปกติ 14,900 บาท ลดเหลือแค่ 11,900 บาทเท่านั้น

หรือไปจัดกันเองที่ 📌Powerbuy

  • สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 5
  • สาขาเซ็นทรัลพระราม 2 ชั้น 4
  • สาขาเซ็นทรัลบางนา ชั้น 4
  • สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 4
  • สาขาเซ็นทรัลเวริ์ด ชั้น 4
    📌Power Mall สาขาเอ็มโพเรียม ชั้น 3 , สาขาพารากอน ชั้น 4, งามวงศ์วาน ชั้น 3
    📌ร้าน DJI สาขาเซ็นทรัลเวสเกต ชั้น 2
    📌ร้าน Habitech อาคารตั้งฮั่วปัก เข้าซอยสีลม 9 หรือซอย สาธร10




รีวิวแว่นโปรเกรสซีฟ แว่น 2 สายตายาวและสั้น ในอันเดียว

ตกลงมึงจะสั้น หรือมึงจะยาว เอาให้แน่ๆ ซิสายตา! ##

พออายุเริ่มย่างเข้า 30 ปลายๆ ( เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มใหญ่ )
แม้ว่าจิตใจและนิสัยผมจะยังวัยรุ่น แต่สิ่งที่ผมฝืนไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ สายตา สายตาแม่งเริ่มยาววววววววว ใครที่เคยเข้าสู่วัยนี้ จะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดเป็นอย่างดี 555

คุณเคยเห็นผู้ใหญ่หลายๆคนที่เวลาเขาจะดูอะไร ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือหนังสือ แล้วเขาต้องยื่นมือ ยื่นแขนออกไปไกลๆ ถึงจะมองเห็นไม๊ครับ ?
สารภาพเลยว่าผมเคย….แอบขำ

แต่เวรกรรมนี่มันไวเหมือนติดจรวด ตอนนี้ผมกำลังเจอสภาพนี้เข้ากับตัวเองแบบไม่ทันรู้ตัวเลยครับ ไม่รู้ว่าแม่งเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
มารู้ตัวอีกที เวลาจะอ่านอะไร
ระยะแขนของเรา มันก็ต้องยืดดดออกกกไปซะแล้ว


ถามเพื่อนๆ มันบอกก็ ใช้แว่น 2 อันสิไม่เห็นยาก
มองไกลอันนึง ( แว่นสายตายาว ) มองใกล้ก็อีกอันนึง ( แว่นอ่านหนังสือ )

ไปตัดแว่นเพิ่มสิครับรอไร !


พอไปถึงร้าน ร้านถามว่า วันนี้อยากโดนตัวไหน…. แว่นโปรเกรสซีฟ ไม๊
งงสิครับ งง อะไรวะ โปรเกรสซีฟ ไม่รู้เรื่องเลย
ก็เลยขอเวลานอก บอกขอไปกินข้าว หาข้อมูลแปบ แล้วเดี๋ยวมาใหม่

ก็เลยลองถามอากู๋ดู เห็นหลายๆคนแนะนำให้ใช้ ” เลนส์โปรเกรสซีพ ” เพราะจะได้ไม่ต้องพกแว่นหลายอัน
ก็เลยไปเจอยี่ห้อนึง http://bit.ly/essilorpaf

เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ Varilux

ดูจากข้อมูลแล้ว ดูน่าเชื่อถือที่สุด บอกว่ามาจากฝรั่งเศส เป็นเลนส์โปรเกสซีฟตัวแรกเลยนะเฟ้ยยย

เอาแม่งอันนี้ละวะ !

ได้มาแล้วจ้า แว่นโปรเกสซีฟเลนส์

ผมใช้กรอบเดิม เปลี่ยนแต่เลนส์ รักกรอบนี้มาก ใส่แล้วมีความหนุ่ม เพราะต่อไปถ้าเราใช้โปรเกรสซีฟเลนส์ เราก็พกแว่นแค่ตัวนี้ตัวเดียว

หล่อ ชัดๆ

พอมาใส่รู้เลยว่าแม่งโคตรแตกต่าง


มุมมองกว้างขึ้น
มองใกล้
เลนส์ก็โฟกัสไวมากๆ

สรุป
เลนส์วารีลักซ์ เหมาะกับใคร ?

  • ใครที่เริ่มมีปัญหาเวลามองใกล้ แล้วต้องยืดแขนออก เสียบุคคลิก
  • แว่นเก่าเริ่มไม่คมชัด
  • ไม่อยากใช้แว่น 2 ตัว

ชีวิตเปลี่ยนยังไง ?

  • ไม่ต้องยืดแขนอีกแล้ว 555
  • ไม่ต้องพกแว่นหลายอัน
  • ปรับโฟกัสไว เหมือนอารมณ์ดูหนัง 4K
  • ป้องกันดวงตาจากแสงสีน้ำเงิน, รังสี UV แถมเลนส์แข็งแรงไม่แตกง่าย
  • ที่มืดๆ แสงน้อยๆ ก็ยังช่วยให้มองชัด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเปลี่ยนไปใช้ แว่นโปรเกรสซีฟ

  • คุณต้องปรับตัวสักระยะ ใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ ผมรับรอง ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีก 80%

เอาตรงๆ ผมเนี่ยตัดแว่นมาน่าจะเป็น 10 อันละตั้งแต่รู้ว่าสายตาตัวเองมีปัญหา
สิ่งที่ผมใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเลือก ในการตัดแว่นเนี่ยคือ

  • คุณภาพของหมอแว่น
  • คุณภาพของร้านที่ตัด
  • กรอบสวยไม๊
  • ยี่ห้ออะไร
  • ราคาเท่าไหร่

แล้วผมคิดว่าหลายๆคนก็คงจะเป็นเหมือนผม แต่หลังจากที่ผมพึ่งไปตัดน้องแว่นตัวใหม่ล่าสุดมา ผมรู้เลยว่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดแว่นก็คือ ” คุณภาพของเลนส์ “ พอเลือกเลนส์ดีๆนี่ คุณภาพการมอง ความใส ความชัดนี่แม่งต่างกันลิบ

อย่าลืมนะครับ
นอกจากคุณจะเลือกร้านตัดแว่นที่เชื่อถือได้แล้ว สิ่งที่คุณจะลืมไม่ได้อีกอย่าง คือยี่ห้อเลนส์นี่ล่ะครับ สำหรับผมถ้าชาตินี้มีโอกาสได้ตัดแว่นอีก ผมก็จะใช้เลนส์ของ
Essilor อ่านว่า เอสซีลอ

สำหรับใครที่เริ่มมีอาการแขนยืดเหมือนผม อ่านแล้วเกิดสนใจเลนส์ของ Essilor ผมไม่มีขายนะครับ
เข้าไปดูที่นี่เลย http://bit.ly/essilorstorepaf เขาจะแนะนำร้านตัวแทนจำหน่าย
หรือเอาจริงๆ ถ้าคุณเข้าไปร้านแว่นที่มาตรฐาน ๆ หน่อย เขาก็น่าจะมีขายแหละ !





ชีวิตมีสุขเพราะมีแค่หม้อเดียว

ชีวิตมีสุขเพราะมีแค่หม้อเดียว

ในช่วงชีวิตที่มีหลายหม้อ ชีวิตผมค่อนข้างที่จะวุ่นวายเลยล่ะครับ

แต่ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นแล้วเมื่อผม……………เปลี่ยนมาใช้หม้อเดียว!

ตามมาครับ ผมจะพาไปดูว่าทำไมชีวิตผมถึงดีขึ้น

คุณเห็นเมนูต่างๆ พวกนี้ไม๊ครับ

ทั้งหมดนี้ผมใช้หม้อแค่หม้อเดียว ในการประกอบอาหาร

งง ดิ งง ใครมันจะไปทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวได้ฟะ

ใครเคยทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวแล้วคุณข้ามไปได้เลยครับ
แต่ถ้าใครยังไม่เคย คุณตามผมมา ผมจะพาคุณมารู้จัก หม้อใหม่ ของผม

หม้อน้อยๆ ดำๆ น่ารักๆ ตัวนี้มันชื่อว่า

หม้อหุงข้าว Philips Avance Collection IH รุ่น HD4535

ผมพึ่งจัดมาจาก Lazada สดๆ ร้อน

พูดถึงเรื่องหม้อนี่ผมนี่เป็นแฟนพันธุ์แท้หม้อของ Phillips เลยนะ แต่อันนี้มันเริ่มเก่าละ ฟังค์ชั่นการทำงานต่างๆ ก็จะสู้เจ้าตัวใหม่นี้ไม่ได้

เจ้าตัวนี้มาพร้อมฟังค์ชั่นการทำอาหาร 13 แบบ หน้าจอแสดงผลเป็นแบบดิจิตัลทันสมัย ใช้งานง่าย

เปิดกล่องออกมาคุณก็จะพบ

ความสามารถเด่นที่สุดของเจ้าหม้อตัวนี้คือ

  • เทคโนโลยี iSpiral IH ให้ความร้อนหมุนวน 360 องศา ให้ข้าวและธัญพืชหอมอร่อยกว่าหม้อหุงข้าวทั่วไป สุกทั่วถึงทุกเม็ด

 

  • หม้อหิน Bakuhanseki บาคุฮันเซกิ ทนทาน ร้อนเร็ว ร้อนนาน ข้าวไม่ติดหม้อ
  • ปรุงอาหารแบบเร่งด่วน
  • ปรุงอาหารแบบใช้ความร้อนต่ำๆ เพื่อทำให้เนื้อนุ่มยิ่งขึ้น

 

  • ขนมหวานก็ยังทำได้นะโว้ยยย เอากับเขาสิ !
  • แถมยังหุงข้าวสองชนิดพร้อมกันได้ในครั้งเดียว สะดวก ประหยัดเวลาโคตร

 

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้พวกคุณดู ด้วยการประกอบอาหาร 3 เมนู โดยใช้เวลาที่แตกต่างกัน น้อย กลาง มาก ให้ชมกันเป็นขวัญตา ว่าทำได้จริง ไม่ได้โม้!!!


เริ่มที่เมนูแรก เมนูแบบด่วนๆ  ใช้เวลาน้อยที่สุด

คุณลองหลับตานึกถึงเช้าวันจันทร์ ที่คุณดันทะลึ่งตื่นสาย ข้าวเช้าก็ต้องกิน ออกจากบ้านก็ต้องรีบเพราะรถแม่งติดแน่นอน เพราะมันคือวันจันทร์ต้นเดือน

ให้คุณเตรียมอุปกรณ์แบบนี้เลยนะครับ เสร็จแล้วปิดหม้อ ตั้งเวลาไว้ประมาณ 10-15 นาที
แล้วคุณก็จัดการอาบน้ำ-แต่งตัวได้เลย

เมื่ออาบน้งอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย คุณก็จะได้พับกบ….เอ๊ย พบกับ…….

เชรดดดด เป็นไงครับ เหมาะสำหรับคนที่บ้านไกลเวลาน้อย ตอนเช้าๆนี่จะมามัวเสียเวลาทำอาหารเหมือนในทีวี ไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่เชฟกระทะเหล็ก


ต่อกันที่เมนูที่ 2 เมนูยอดนิยม กินที่ไรก็ฟินทุกที
นั่นก็คือ
.
.

กุ้งอบวุ้นเส้น


เมนูสุดท้าย เป็นเมนูที่ใช้เวลานานที่สุด ผมอยากให้คุณหลับตา ลองจินตนาการไปในวันหยุดยาว สบายๆที่ ผัวคุณแม่งดันอยากกิน “อ่อมเนื้อ”


พอได้ยินคำว่าตุ๋น คุณจะนึกถึงอะไรครับ เนื้อนุ่มๆ เปื่อยๆ ละมุนๆ ละลายในปากใช่ไม๊คับ แต่คุณก็ยังแอบคิดในใจอีกว่า เมนูมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องเป็นเนื้อตุ๋นด้วยฟะ!
เพราะแม่งใช้เวลาโคตรจะนาน   
นานนนนนนนน ซะจนคุณลืม! พอลืมแล้วหม้อก็ไหม้ 55555 ผมนี่เจอประจำ

 

 

แต่พอมีเจ้า HD4535 นี่นักต้มตุ๋นอย่างพวกเราสบายขึ้นเยอะครับ
เดี๋ยวผมจะทำให้ดู
คุณแค่เตรียมเครื่องให้พร้อม ล้างทำความสะอาดเนื้อ ปรุงเสร็จเรียบร้อย ก็จับมันลงหม้อ และคนให้เข้ากัน แล้วก็ตั้งเวลาไปยาวๆ เลย 4 ชั่วโมง

  • ไม่ต้องนั่งเฝ้า
  • ไม่ต้องคอยเติมน้ำ
  • ไม่ต้องกลัวไหม้

หลังจากนั้นคุณก็สามารถไปจัดการงานบ้ง งานบ้าน จะกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ตากผ้า เอาที่สบายใจได้เลย เพราะคุณไม่ต้องกังวล ไม่ต้องมานั่งเฝ้าหม้ออีกแล้ว

เมื่อได้เวลา คุณก็จะพบกับ
.
.
อ่อมขั้วตับลูกวัวเปื๊อย เปื่อย ละลายแตกในปาก โป๊ะๆ ๆ ละมุนลิ้นสุดๆ

 

ไม่ต้องเติมน้ำ ไม่ต้องมานั่งเฝ้า เดี๋ยวหม้อมันจัดการให้เสร็จสรรพ

เจ๋งไม๊ล่ะครับ!!!!1


และอีก Feature เด็ดของ HD4535 ที่จะไม่ลอง ไม่ได้คือ การหุงข้าว 2 ชนิดในเวลาเดียวกัน
ซึ่งต้องบอกเลยว่า Feature นี้แม่งตอบโจทย์ครอบครัวผมมาก เพราะผมเป็นคนกินข้าวกล้อง ส่วนเมียชอบกินข้าวขาว
พอเปลี่ยนมาเป็นหม้อใบนี้ ชีวิตครอบครัวผม แม่งเลยง่ายขึ้นเยอะ

วิธีหุงก็ง่ายๆเลยครับ ใส่มันลงไปทั้ง 2 ชนิดพร้อมกันเลย แต่สำหรับข้าวกล้องคุณควรแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนสักประมาณ 20 นาที

หุงข้าวให้สุกทุกเม็ด

ทำความสะอาดก็ง่ายมากๆ ถ้ากลัวฝาในเลอะ ก็ถอดออกมาได้



หม้อหุงข้าว Philips Avance Collection IH รุ่น HD4535

Gadget ที่ช่วยให้ชีวิตแม่บ้านง่ายขึ้น

เหมาะกับทุกครัวเรือน แต่สำหรับครอบครัวไหนพื้นที่ทำครัวมีจำกัด ยิ่งต้องรีบจัด

แต่ความสามารถในการประกอบอาหารของเจ้าหม้อนี้ยังไม่หมดนะครับ เพราะทาง Phillips บอกมาว่า หม้อนี้สามารถทำได้อีกหลายเมนูเลย เข้าไปดูเมนูเจ๋งๆ เพิ่มได้ที่นี่

 

เทคโนโลยีไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบมัน ยังไงมันก็จะเข้ามาอยู่ในชีวิตเราอยู่ดีครับ เพราะต่อไปพอ 5 G เข้ามา ยุค IOT มันก็จะเกิดขึ้นจริงๆ เทคโนโลยีอะไรที่มันทำให้เราประหยัดเวลาได้ จงเรียนรู้มันครับ แล้วเอาเวลาไปคิดสิ่งที่มันจะเพิ่มมูลค่ากับงานของเราดีกว่า

สำหรับใครที่รู้สึกเหมือนโดนป้ายยา ครั่นเนื้อ ครั่นตัว บัตรเครดิต กระเป๋าตังค์สั่น ก็เข้าไปจัดกันได้เลย!

 

ช่องทางติดตามข้อมูลข่าวสาร
Website : https://www.philips.co.th
Facebook : https://www.facebook.com/PhilipsThailand/
Instagram : https://www.instagram.com/philipsthailand/?hl=en



คนสอนยิงแอดมีเป็นร้อย วิปวัป ๆ เต็มไปหมด แล้วเราจะเลือกเรียนที่ไหนดี ?

บทความนี้เป็นบทความพิเศษมาก ๆ สำหรับพวกคุณ

แล้วมันพิเศษยังไง ?

มันพิเศษตรงที่ ปกติผมจะเขียนแล้วชวนพวกคุณให้เสียตังค์ แต่บทความนี้จะเป็นบทความแรกที่ผมเขียน แล้วถ้าเกืดพวกคุณอ่านจบ มันจะทำให้พวกคุณมีรายได้ 555

อย่างที่ทุกท่านรู้กันอยู่แล้วว่าเพจลูกจ้างใจกล้า ไม่ได้มีรายได้จากการขายสินค้า แต่เพจลูกจ้างใจกล้า หารายได้จากกการขายโฆษณา หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า การรับงานสปอนเซอร์นั่นเอง

หลังจากที่พวกเราอยู่ร่วมทุกข์ ร่วมสนุก ร่วมฮากันมาเกือบ 5 ปี

ผมเริ่มรู้สึกว่า ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความคิดที่โตขึ้น ผมเลยอยากเปลี่ยนแปลงทิศทางของเพจลูกจ้างใจกล้า ให้มันสามารถให้ประโยชน์กับผู้ติดตามได้มากกว่าความบันเทิง ( ความบันเทิงอยู่เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือสาระประโยชน์ ) ผมเลยผลิตสินค้าออกมาตัวนึง

สินค้าที่ผมว่านี้ มันคือคอร์สออนไลน์ ที่ผมได้กลั่นเอาประสบการณ์ 5 ปี จากการหารายได้จากการสร้างเพจเพื่อรับงานสปอนเซอร์ของผมออกมาเป็นคอร์สออนไลน์ ที่เน้นสอนหารายได้กันแบบจริง ๆ จัง ๆ ให้ทุกท่านได้เรียนกัน  

คอร์สเรียนผ่านไปได้ด้วยดี

มีนักเรียนเข้ามาเรียนกันหลายร้อยคน หลาย ๆ คน ก็สามารถสร้างรายได้กันได้แล้วจริง ๆ มากน้อยขึ้นอยู่กับความเอาจริงเอาจัง ของผู้เรียนแต่ละคน

แต่สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ถ้าผมจะมาบอกว่าคอร์สของผมมันดียังไง พวกคุณคงไม่อยากจะรู้แน่นอน แต่ถ้าผมจะมาบอกว่า “ คอร์สผมมันขายได้ยังไง ให้มีผู้เรียนหลายร้อยคน ??? ”

เป็นยังไงครับ เริ่มกระตุ้นต่อมสนใจคุณบ้างแล้วใช่ไม๊ 555

มาเริ่มกันเลยดีกว่า !!!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “การขาย ”  เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ขายสินค้า ก็บริการ หรือไม่ก็ต้องขายความสามารถบางสิ่งบางอย่างเสมอ

และการขายที่เข้าถึงผู้คนมากที่สุดในยุคนี้ คือการขายใน “ โซเชี่ยลมีเดีย ”

และการที่จะทำให้คอร์สเรียนหรือสินค้าและบริการอะไรก็แล้วแต่ของคุณมันขายได้ !!! 

คุณจะต้องมี 3 องค์ประกอบนี้ คือ

  1. สินค้าของคุณจะต้องดี มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม
  2. คุณต้องขายให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง VDO หรือการเขียนให้ลูกค้าอ่านแล้วอยากซื้อ อยากโอนเงินให้คุณเดี๋ยวนั้นเลย
  3. คุณจะต้องยิงแอดโฆษณาให้เป็น !!!

ตอนที่ผมทำสินค้าออกมาเสร็จใหม่ ๆ ผมมั่นใจแค่ 2 ข้อแรกเท่านั้น  เพราะผมอยู่กับการทำคอนเทนท์ ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ บทความ มา 5 ปีแล้ว เรื่องงานโฆษณาจึงเป็นงานถนัดของผม

แต่เรื่องที่ผมเป็นกังวลมากที่สุดมันคือ… การยิงแอด หรือการซื้อโฆษณา บน Facebook
เพราะเราจะต้องจ่ายเงินจริง ๆ เสียเงินจริง ๆ มันจะไม่เหมือนตอนผมทำคอนเทนท์ให้พวกคุณดูทุกวันแล้ว เพราะอันนั้น ผมไม่ได้จ่ายเงินยิงแอด

เมื่อไม่รู้ … เราจะจัดการยังไงกับความไม่รู้ของเราดี ???


ธรรมชาติของมนุษย์ ก็มีอยู่ 2 วิธีคือ

1. ลงมือทำ ลองผิด ลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์ตัวเอง

2. ลงเรียนคอร์ส เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น

ผมจะบอกว่า ผมเริ่มทำอย่างแรกก่อนครับ เพราะในใจคิดว่า “ ยิงแอดมันจะไปยากอะไรวะ ”
มันก็แค่กดโปรโมท แล้วก็เลือกเพศ เลือกอายุ เลือกความสนใจ แล้วก็กดตกลงป่าววะ ทำไมต้องไปเรียน

ผมลงทุนไปหลายพัน ผลปรากฏว่า… ได้ครับ !!!

“ กูได้ยอดไลค์มาเพียบเลย แต่ไม่มียอดสมัครเลย 555 “

ผมเลยไม่ลังเลละ หาคอร์สลงเรียนแม่งเลยดีกว่า

ปรากฏว่าไปเจอผู้สอนอยู่ท่านนึงครับ ชื่อครูน็อต เพจชีวิตติดจรวด โปรไฟล์ดูน่าสนใจไม่น้อย

ก่อนผมจะเล่าให้ฟังว่า ไปเรียนแล้วผลลัพธ์เป็นยังไง ผมมีคำถามจะมาถามคุณหน่อย
ถ้าคุณจะต้องลงเรียน คุณจะเลือกเรียนกับใคร ระหว่าง


1. คนที่ใส่สูท ผูกไทด์ มาดนักธุรกิจ แต่ผลลัพธ์ยังไม่มีเป็นชิ้น เป็นอัน หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือเป็น Researcher นั่นเอง หรือจะให้เรียกง่าย ๆ กว่านั้นอีก ก็คือ เขาไปเรียน มาสอนคุณต่ออีกที

2. แต่งตัวสบาย ๆ แต่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา อธิบายง่าย ๆ คือ มีประสบการณ์จริง มีผลลัพธ์จริง ๆ

ผมเลือกเรียนแบบที่ 2 ครับ

เพราะครูน็อตคือผู้อยู่เบื้องหลังแอดโฆษณาของคอร์สออนไลน์ดัง ๆ หลายคอร์ส

เจอโปรไฟล์แบบนี้ผมตัดสินใจง่ายเลย ลงทะเบียนเรียนทันที เพราะโคตรตรงกับวัตถุประสงค์ของผม !!!

การเรียนก็เรียนกันแบบออฟไลน์สด ๆ จับมือทำกันจะ ๆ เลยครับเรียกได้ว่า ใครติดประเด็นไหน ก็ยกมือสอบถามกันได้สด ๆ เลย เรียนกัน 2 วันเต็ม ๆ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็นกันเลยทีเดียว

คอร์สนี้ที่จอดรถดี สต๊าฟน่ารัก อาหารอร่อย ถุ๊ยยยย !!!
ผมคิดว่าประเด็นนี้ทุกคนคงไม่ได้อยากรู้หรอกใช่ไม๊ 5555

เอาล่ะครับต่อจากนี้ไป ท่านจะได้เห็นผลลัพธ์ แอดโฆษณาของผมหลังจากที่ผมได้ไปฝึกวิทยายุทธจากอาจารย์ท่านนี้มา 2 วันเต็ม ๆ

ทะแดม !!!

อ้าว งง ดิ งง

มันไม่แปลกหรอกครับถ้าคุณจะงง เพราะตอนผมยังไม่เรียนผมแม่งก็โคตรงง แต่ถ้าจะให้ผมอธิบายตอนนี้ให้ฟังทั้งหมด เดี๋ยวมันจะยาว เอาเป็นว่าคุณดูแค่นี้แล้วกัน

ไอ้เลข 1 นั่นคือเงินที่ผมจ่ายค่าโฆษณาไป
ส่วนไอ้เลข 2 มันคือเงินยอดขาย ที่โฆษณาตัวนี้มันช่วยให้ขายได้

คุณคิดว่าคุ้มไม๊ล่ะครับ ยิงแอดแล้วได้ยอดขายกลับมา 5 เท่าของเงินที่จ่ายไป ???


คุณรู้ไม๊ครับการยิงแอดใน Facebook มีตั้ง 11 รูปแบบ ถ้าผมมานั่งลองผิดลองถูกเองทั้งหมด ผมคงจะหมดตัวก่อนพอดี

ผมคิดว่าผมคงจะไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาวแล้วล่ะ ว่าวิทยายุทธนี้มันเจ๋งขนาดไหน และมันทำยอดขายให้ผมคืนทุนค่าคอร์สเรียนไปหลายเท่าตัวมาก ๆ เพราะพูดเยอะแล้วมันเจ็บคอ


หลาย ๆ คน คงกำลังจะบอกว่า เออ… ทำไมมึงไม่เอาภาพนี้มาให้กูดูตั้งนานแล้ว จะได้จบ ๆ ไป

นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้นครับ ในคอร์สนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเพียบ ที่ต่อให้ผมเล่ายังไงก็คงจะไม่เท่าไปลงเรียนเอง

และบอกได้เลยว่าคอร์สนี้ไม่ได้เหมาะแต่คนที่ทำคอร์สนะครับ แต่ยังเหมาะกับทุกธุรกิจเลยครับ ตั้งแต่ครีมทาหน้า ไปยังรถถัง และเรือดำน้ำเลยครับ 5555

อย่างที่ผมบอกไว้ตอนต้น ว่าบทความนี้ผมตั้งใจจะมาแบ่งปันให้ทุกคนมีตังค์ !!! กราบล่ะครับ ก่อนจะเริ่มขายอะไรบน Facebook ให้ไปฝึกวิทยายุทธในการยิงแอดก่อนเถอะครับ ยุคนี้มันต้องได้ใช้กันจริง ๆ

ใครสนใจฝึกวิทยายุทธ์ ไม่ต้องติดต่อผมนะครับ ผมไม่ได้สอน ให้คุณทักไปถามรายละเอียดกันที่เพจ ชีวิตติดจรวด ได้เลย

“ เชื่อผมครูน็อตแม่งโคตรเจ๋ง  เพื่อนไม่เคยโกหกเพื่อน ”